2006/Mar/25

หายไปอาทิตย์นึงเพราะแอบไปเที่ยว Maldives

ลัน ลัน ลา

ถึงสนามบิน Male อย่างสะบักสะบอมตอนตี 2 เกือบ ๆ ตี 3

ง่วงสาดดดดดด

ต่อสปีดโบ๊ทไปที่เกาะอีกครึ่งชั่วโมง

น่ากลัวมาก เพราะไม่เคยขึ้นเรือตอนกลางคืน

หนำซ้ำฝนยังตกอีก

ฮือ ๆ ๆ นี่กรูเสียเงินมาเที่ยวแล้วยังจะเอาชีวิตมาทิ้งอีกหรือนี่

อยู่บนเรือ นั่งเงียบ ในใจสวดมนต์

เหลือบไปมองสามี เห็นเงียบ (เอ..หรือว่าจะแอบกลัวเหมือนเรา)

ก็สรุปไปถึงเกาะสวรรค์ ท่าเรือสวยตอนตี 3 กว่า ๆ

ไปถึงมี welcome drink อยากจะตะโกนบอกว่าไม่ต้อง

กรูอยากจะนอนจะแย่ ตาจะปิดอยู่แล้ว

มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก พวกที่พูดภาษาอังกฤษ

กับพวกภาษาฝรั่งเศส

แนะนำตัวอธิบายกันอยู่นาน กว่าจะพาไปที่ห้องพัก

ห้องพักก็โอเจเรยนะ นึกว่าจะแย่เหมือนบางคนในเน็ทบ่นซะอีก

บ้านที่อยู่เป็นแบบ beach front เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงทะเลเลย

แต่อารมณ์นี้นะ ขอนอนก่อนเถอะ ปาเข้าไปตี 4 กว่า ๆ แล้ว

---------------

Day 2

ตื่นมาอีกวัน ปาเข้าไป 11 โมงกว่า ตาลีตาเหลือกตื่น

เพราะกลัวไปทานอาหารเช้าไม่ทัน

แต่โล่งอก ลืมไปว่าเวลาที่มัลดีฟ ช้ากว่าบ้านเรา 2 ชม.

อาหารเหรอ ก็อลังการนะ เยอะดี

แต่ว่ามื้อเช้านี่เป็นอะไรที่เราหวังไว้มาก ๆ ว่าอาหารมันจะเวิร์ค

มันแลดูเหมือนจะเวิร์ค แต่มันไม่เวิร์คสำหรับเรา

มันก็มีให้เลือกหลากหลาย ก็ ABF ที่เรากิน ๆ กันนั่นล่ะค่ะ

แต่ทำไมรสชาดมันไม่ถูกปากไงไม่รู้

ทั้ง ๆ ที่สีสันหน้าตามันแลดูจะ อ.ย. มาก

ส่วนอาหารกลางวันนี่ ยุโรปเลยค่ะ ยุโรป

เจออาหารฝรั่ง กะเหรี่ยงตัวเหลืองอย่างเรากินไม่ลง

อ้อ..มีอาหารญี่ปุ่นเหมือนกัน

แต่ก็รับประทานไม่ไหวเหมือนกัน

ที่ Club med นี่เค้าจะดูว่าระหว่างที่มาพัก

มีแขกชาติไหนมาบ้าง เค้าจะพยายามทำอาหารประจำประเทศให้

แต่ถึงมี ก็กินไม่ลงเหมือนกัน

ก็กิน ๆ พอกันตาย

พูดถึงเรื่องอาหารของที่นี่ ก่อนเข้าเกาะเข้าเมืองเค้ามานี่

ห้ามนำหมู หมา อัลกอฮอลล์เข้ามา

เพราะเค้าเป็นเมืองอิสลาม

แต่งงมากเมื่อเห็นอาหารที่มีป้ายแบบนี้

อ่ะนี่เรยค่ะ ถ้ามองรูปไม่ชัด

มันเขียนว่า "ROASTED PORK LOIN"

หมูค่ะหมู เห็นหลายมื้อแล้วด้วย

แล้วไหงบอกว่าเป็นเมืองอิสลาม เง็ง !-____-!

กินเสร็จก็พักผ่อนตามอัธยาศัย

ที่ Club med นี่เค้าจะพาไปดำน้ำดูปะการัง 2 รอบ

รอบแรก 10 โมง กับรอบบ่าย 2

รอบ 10 โมงก็ไม่ทันแล้ว

กลับไปนอนอืดถืดในห้องดีกว่า

ระหว่างเดินนะคะ ก็อืดเป็นระยะ ๆ

กรี๊ด...รูปนี้ทำไมหน้ามืด ถ่ายยังไงฟะ

บ้าน Beach front ค่ะ

ในห้องเรียบร้อยเชียว สงสัยพึ่งมาทำความสะอาดห้อง

ฮ๊าว....ง่วง zzzzz

วันนี้แค่นี้ก่อนดีกว่า

พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปเข้าคลาส Body Combat

2006/Feb/27

Dysthymia คืออะไร

From Wikipedia, the free encyclopedia

Dysthymia or dysthymic disorder is a form of the mood disorder of depression characterized by a lack of enjoyment/pleasure in life that continues for at least two years. It differs from clinical depression in the severity of the symptoms. While dysthymia usually does not prevent a person from functioning, it prevents full enjoyment of life.

Dysthymia can be considered a paradoxical disorder in that its symptoms are fairly mild on a day-to-day basis, however, over a life time it can be a sever disorder with high rates of suicide, work impairment, and social isolation. Dysthymia typically lasts much longer than an episode of major depression, and outsiders often perceive dysthymic individuals as 'dour' and humorless. When a major depressive episode occurs on top of dysthymia, clinicians may refer to the resultant condition as double depression.

Dysthymia หรือที่เรียกในภาษาไทยว่า โรคซึมเศร้า (ชนิดเรื้อรัง)

อ่านข้างล่างแล้วลองถามตัวเองว่ามีข้อไหนตรงกับตัวเองบ้าง

Diagnostic criteria

The characterizes Dysthymic Disorder as a chronic depression, but with less severity than a major depression. The essential symptom is that the individual is depressed almost daily for at least two years, but with out the criteria necessary for a major depression. Low energy, sleep or appetite disturbances and low self-esteem are typically parts of the clinical picture as well. The diagnostic criteria are as follows:

  1. On the majority of days for 2 years or more, the patient reports depressed mood or appears depressed to others for most of the day.
  2. When depressed, the patient has 2 or more of:
    1. Appetite decreased or increased
    2. Sleep decreased or increased
    3. Fatigue or low energy
    4. Poor self-image
    5. Reduced concentration or indecisiveness
    6. Feels hopeless
  3. During this 2 year period, the above symptoms are never absent longer than 2 consecutive months.
  4. During the first 2 years of this syndrome, the patient has not had a Major Depressive Episode.
  5. The patient has had no Manic, Hypomanic or Mixed Episodes.
  6. The patient has never fulfilled criteria for Cyclothymic Disorder.
  7. The disorder does not exist solely in the context of a chronic psychosis (such as Schizoprenia or Delusional Disorder).
  8. The symptoms are not directly caused by a general medical condition or the use of substances, including prescription medications.
  9. The symptoms cause clinically important distress or impair work, social or personal functioning.

Q & A

Q : ทำอย่างไรเมื่อคุณมีอาการดังกล่าวข้างบนตรงกับตัวเองหลายข้อ

A : อย่าเพิ่งสติแตก คุณไม่ได้กำลังเป็นบ้า ตั้งสติแล้วสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ หากคุณรู้ตัวว่ามีอาการตรงกับที่กล่าวข้างบน ขอแนะนำให้ไปพบจิตแพทย์

Q : ตายแล้ว ไปพบจิตแพทย์นี่ เพื่อน ๆ รอบข้างจะว่าเราเป็นโรคประสาทหรือเป็นบ้ามั้ย

A : ถ้าคุณและเพื่อน ๆ คุณคิดอย่างนั้น คุณเข้าใจผิดแล้ว เราว่าคุณเริ่มใกล้บ้าแล้ว (ล้อเล่น) โรคซึมเศร้ากับโรคประสาทหรือเป็นบ้ามันต่างกัน (ไม่รู้จะอธิบายยังไง โนไอเดีย ตอบไม่ถูก เดี๋ยวหน้าแหก)

A : เป็นโรคซึมเศร้าแล้วจะหายมั้ย

Q : ถ้าคุณรู้ตัวว่ามีอาการดังกล่าวแล้วไปพบจิตแพทย์ นับว่าคุณโชคดีแล้วล่ะที่ยอมไปหาหมอ มันดีกว่าคุณซึมเศร้าอยู่ไปวัน ๆ ไม่ได้แก้ไขอะไรเลย การรักษาโรคซึมเศร้าอาจใช้เวลานานถึงนานมาก ขึ้นกับสภาวะแวดล้อมของคุณ

Q : เห็นน้องที่ทำงานบอกว่าเป็น โรคซึมเศร้า จะทำไงดี

A : อย่าเพิ่งคิดว่าเค้า บ้า อย่าเพิ่งไป กลัวเค้า ถ้าเค้าบอกคุณแสดงว่าเค้าอาจต้องการความช่วยเหลือจากคุณ

Q : แล้วเราต้องทำตัวยังไงคนที่เป็นโรคซึมเศร้า

A : 1. พยายามเป็นผู้ฟังที่ดี

2. พยายามทำให้เค้าสบายใจ (ไม่ใช่ให้ไปโอ๋เค้า) แต่ทำให้เค้ารู้สึกผ่อนคลายเวลาอยู่กับคุณ

3. ถ้าเห็นเค้าหน้าตาบูดบึ้ง ให้ลองถามว่ามีอะไรที่เราจะช่วยได้มั้ย ถ้าเค้าไม่ต้องการก็ช่างเค้า

4. ถ้าเห็นหน้าตาเค้าเหวอ ๆ เอ๋อ ๆ พยายามทำความเข้าใจว่าเค้า on medication อยู่ คิดดูนะคุณบางที ตอนกลางคืนก่อนนอนนี่ เค้าต้องดวดยา 15 เม็ด แล้วต้องแหกขี้ตามาทำงานตอนเช้า ลองนึกสภาพดู สมองเค้าอาจจะยังไม่ทำงานก็ได้ ต้องฟาดกาแฟซัก 2 แก้ว ถึงจะตาตื่น

5. พยายามชวนเค้าหากิจกรรมอะไรทำคลายเครียดกัน

6. พยายามอย่ากดดันเค้า ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม (คนเรามันควรเห็นใจกันบ้าง)

7. ถ้าทำมา 6 ข้อข้างบนแล้วเค้ายังไม่ดีขึ้นก็ ทำใจ เถอะค่ะ

ขอโทษที่เอาภาษาอังกฤษมาแปะเอนทรี่นี้ แต่หาภาษาไทยแล้วไม่ตรงกับใจคิด ใครสงสัยอะไรให้ปรึกษา yuiinc นะจ้ะ


What's up!!

by

4 None Blonde







edit @ 2006/02/28 10:25:32

2006/Feb/10

วันนี้

แอบ

"โดดงาน"

หลังจากเซ็งสุดขีดกับพี่ที่ทำงาน

ขอแอบพักใจไปดูหนัง

Munich

ขมุกขมัวทั้งเรื่อง

แอร์ก็เย็นมาก ๆ

รู้งี้แอบเอาแจ๊คเก็ตมาก็ดี

แต่ก็ต้องทนดูเกือบ 3 ชม.

ไม่อยากเข้าห้องน้ำ กลัวพลาดช็อดเด็ด ๆ

โดยรวมแล้วหนังก็ดูดี เสียแต่ยาวไป

อ่านเรื่องย่อได้ที่นี่

Munich

จบจาก Munich

ว่างอยู่ 45 นาที

รีบลงไปโซ้ยฟูจิอย่างด่วน

(ไหนใครบอกว่าจะประหยัดวะ)

เพื่อที่จะดูอีกเรื่องให้ทัน

Underworld

Evoulution

อ่านเรื่องย่อ ตรงนี้

พออิ่ม หนังตาก็เริ่มหย่อน

แต่ก็หลับไม่ไหว

เพราะแอร์เย็นมาก

รู้งี้แวะไปซื้อเสื้อแขนยาว ๆ มาใส่ก็ดี

ปกติเป็นคนขี้ร้อน แต่อยู่ดี ๆ วันนี้กระแดะหนาว

ไม่เคยเกลียดแอร์เท่าวันนี้เลย

สรุปวันนี้ไร้สาระมาก

โดดงานแล้วก็อยู่บ้านไม่ได้

เลยออกมาดูหนัง

ดูเสร็จได้เรื่องเลย

เหมือนจะเป็นไข้ ร้อน ๆ หนาว ๆ พิกล

ต้องฟาดไทลีนอลซัก 2 เม็ด

ไม่มีอะไรมาก ไม่รู้จะอั้พอะไรเหมือนกัน

กลัว ยรุ้ย + แบ๊งค์ บ่นว่าไม่ได้อั้พ

แต่อยากบอกว่า

อยากดู

CONCERT : BANGKOK 100 ROCK FESTIVAL 2006

มั่ก ๆ ๆ

แต่ด้วยเหตุหลายประการ

ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนไปดู สถานที่ วันและเวลาที่เล่น

บลา ๆ ๆ

พอดีวันนี้ได้คุยกับน้อง dubb

ทำให้ตัดสินใจฟันธงแล้วว่าคงจะไม่ไปดีกว่า

อีกอย่างไม่ไปดูก็ประหยัดตังค์ไปได้เยอะเหมือนกัน

เอาเงินส่วนนี้ไปใช้ตามแผนที่วางไว้ดีกว่า

เฮ้อ..ก็ยังเสียดายอยู่ที่ไม่ได้ไปดู

ฮือ ๆ ๆ

ฟังเพลงนี้ไปก่อนแล้วกันนะไอ้แว่น

ฮือ ๆ ๆ

How to be dead

by

Snow Patrol