Wanderer

เล่าเรื่องจากภาพแล้วกันนะคะ

คือว่าทริปที่ไปเนี่ย 3 วัน 2 คืน

มีสมาชิก 5 ชีวิตที่ไปด้วยกัน

วันแรกถึงสมุยปุ๊บ ยังไม่ทันได้เช็คอินเลย

ก็ไปเลยฮ่ะ 8 โมง มีรถมารับเพื่อไป

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง

ก็สวยดีนะ ดูจากรูป

รูปนี้หน้าหาดอุทยานฯ

ส่วนรูปข้างล่างที่เห็นคือ สระใน อยู่ใน เกาะแม่เกาะ

นี่ขนาดมีบันไดให้เกาะปีนขึ้นไปดู ยังเดี้ยงเลย

นี่รูปแว่นกับเค๊กค่ะ (เหนื่อยแบบลิ้นห้อย แต่ยังมีปัญญาถ่ายรูปอยู่)

นี่คือความงามของสระใน

เป็นทะเลอยู่ตรงกลาง โอบล้อมด้วยภูเขาค่ะ

และแล้วทริปวันแรกก็จบค่ะ

นั่งเรือกลับไปเช็คอินที่รีสอร์ทก็เกือบ 5 โมง

หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันตามอัธยาศัย มากินข้าวเย็นพร้อมกัน

ตอนแรกเรากับเค๊กตั้งใจว่าจะนั่งเรือไปงาน Full moon ที่เกาะพะงัน

แต่เห็นราคาแล้วไปไม่ลง อีกอย่างสามีไม่ให้ไป

ก็เลยอดไปค่ะ

ตอนเช้าที่จะไปรอท่าเรือที่จะไปเกาะเต่าเกาะนางยวน

เห็นพวกฝรั่งแต่ละคนที่กลับมาจากฟูลมูนเกาะพะงันแล้ว

เฮ้อ...โล่งใจที่เราไม่ได้ไปเมื่อคืน

แบบว่าสภาพแต่ละคนนี่เป็นศพเดินขึ้นมาจากท่าเรือเรยอ่ะ

ก็ไปเกาะเต่า เกาะนางยวน โดยสปีดโบ๊ท

(เร็วดี..ไม่เหมือนทริปเมื่อวานไปเรือใหญ่ ช้าโคตร)

เกาะแรกที่ไป

คือ

เกาะนางยวนก็สวยนะคะ

วิวสวยดี

ตามรูปเลยค่ะ

แว่น : โอ้แม่เจ้า...ทำไมฉานอ้วนอย่างนี้

เค๊ก : กินอย่างเมิงไม่อ้วนให้มันรู้ไป

แว่น : แต่เมื่อก่อนตอนผอมก็กินอย่างนี้นะ

เค๊ก : แล้วตอนเมิงผอม เมิงอายุเท่าไร

(แว่น : หุบปากสนิท)

2 shot ล่างนี่คือจุดขายของเกาะนางยวนเลยนะคะ

กองหินกับตรงโค้งที่ทะเลมาบรรจบกัน

ไม่ถ่ายไม่ได้ค่ะ

แต่ขอบอกว่าตอนสน๊อกเกิลที่เกาะนางยวน


ปลาเยอะดี แต่ไม่เห็นมีประการังอะไรเลย

ขอบอกว่า ผิดหวัง!!

เสร็จจากดำน้ำที่เกาะนางยวน

ไปทานข้าวกลางวันที่เกาะเต่า

กินเสร็จก็พาไปดำน้ำแถวแหล่งที่เค้าว่ามีประการัง

ขอบอกว่าน้ำแรงมาก เชี่ยว และคลื่นแรง

ตอนแรกกะว่าจะไม่ลงไปดำแล้ว

น่ากลัวมาก แต่ก็เอาฟะ

มาแล้วก็ต้องลงไปดำดูให้ได้

แต่ลงไปดำไม่นานก็ขึ้นเพราะเฟว

มีแต่ปลา ประการังหามีไม่

เสร็จจากดำน้ำจุดที่ว่า

ก็ต้องกลับแล้ว ขอบอกว่าไม่อยากเชื่อว่าจะมีชีวิตรอบกลับมา

เพราะไม่เคยนั่งเรือครั้งไหนแล้วกลัวเท่าครั้งนี้

แบบพอเข้าใจแล้วที่พวกพยากรณ์อากาศ

บอกว่าวันนี้มีคลื่นลม 2-3 เมตรเป็นยังไง

แบบว่าขากลับนี่กระแทกกับคลื่นอย่างแรง

เหวี่ยงแบบเล่นเรือไวกิ้งเลยอ่ะ

แบบเรือขึ้น ๆ ลง ๆน่ากลัวมาก

มีคนแหวะไปคน ก็น้องปุ้ยลูกทีมของคณะทัวร์เราเอง

มีฝรั่งครอบครัวนึง กลัวถึงกับร้องไห้เลย

ไกด์เลยเอาเสื้อชูชีพให้ใส่ พร้อมทั้งคอนเฟิร์มว่าไม่ต้องกลัวอะไร

แหม..คนมันกลัวน่ะนะ

เรายังกลัวเลย ฝรั่งมันก็คงกลัวกว่าเราอ่ะ

แบบว่ามาเป็นครอบครัว 3 คนพ่อแม่ลูก

ส่วนฝรั่งอีกครอบครัวนึงก็ไม่เห็นเค้ากลัวนะ

ไม่รู้แอบเก็บอารมณ์รึเปล่า

แต่ลูกสาวลูกชายเค้าน่ารักดี

โดยเฉพาะน้อง Nora น่ารักมาก

(โอ้..นี่ต้นแขนหรือต้นขากันแน่คะ)

แกเป็นชาวฝรั่งเศสเท่าที่ฟัง ๆ เค้าคุยกัน

เราก็ถามว่าเค้าชื่ออะไรตอนแรกก็ไม่บอก

ตอนแรกจับได้ว่าเป็นฝรั่งเศส

เลยเอาภาษามาเคาะ ได้ความดังนี้

VaN : Tu as francais??

Nora : พยักหน้า

VaN : Je m'apple VaN, et toi??

Nora : Nora

แปลได้ใจความว่า

หนูเป็นคนฝรั่งเศสเหรอ ฉานชื่อแว่นแล้วหนูชื่ออาราย

ชีตอบว่า "โนครา" (Nora)

เวลาอ่านภาษาฝรั่งเศล ต้องขากเสียงตัว R ให้ชัด ๆ นะคะ

สรุปเอาเป็นว่าน้องเค้าน่ารักน่าเอ็นดูมาก

ส่วนพี่ชายเค้า โตขึ้นมาหน่อย

เราก็ลองถามเค้าว่า

Do u have fun?

ถามตอนขากลับบนเรือ ที่คลื่นกระแทกแรง ๆ

ฮีหันมาตอบว่า "I don't speak English"

เออ..ตลกดีว่า แล้วที่หนูตอบว่า

"I don't speak English"

นี่มันภาษาอะไรฟะ

เราเลยหันไปถามใหม่ (แอบโชว์ศักยภาพของตัวเอง...ก็มีพูดได้อยู่แค่เนี้ยล่ะ)

Ca va? สบายดีมั้ย

ฮีตอบ "Fine"

อือ...แล้วตกลงมันพูดภาษาอังกฤษได้รึเปล่าหว่า

สรุปเอาเป็นว่าขากลับก็รอดชีวิตกลับมาสมุย

เล่าให้สามีฟังเรื่องบนเรือ

สามีบอกว่าก็ชอบไปเที่ยวดีนัก สม!!

แน๊ะ...ไม่โอ๋ไม่ว่า ยังมาซ้ำเติม

(คือเราแอบทิ้งสามีไว้ที่รีสอร์ทแล้วเราก็ออกมาดำน้ำกับเพื่อนๆ ..เรวมะ)

สรุปวันนั้นสะบักสะบอมกันเป็นแถว ๆ

ตกเย็นเราเลยขอแอบไปนอนนวดริมหาด

ไม่รู้เป็นไง..เจอหมอนวดทีไร แพ้ราบคาบทุกที

วันสุดท้ายวันกลับแล้ว

ข้างล่างนี่ก็ที่ซุกหัวนอนค่ะ

กลับแล้วค่ะ พบกันทริปหน้านิ

พี.เอส. แม้แต่ถ่ายรูปข้างหลังก็ยังอ้วน

วัยรุ่นเซง !!


หายไปอาทิตย์นึงเพราะแอบไปเที่ยว Maldives

ลัน ลัน ลา

ถึงสนามบิน Male อย่างสะบักสะบอมตอนตี 2 เกือบ ๆ ตี 3

ง่วงสาดดดดดด

ต่อสปีดโบ๊ทไปที่เกาะอีกครึ่งชั่วโมง

น่ากลัวมาก เพราะไม่เคยขึ้นเรือตอนกลางคืน

หนำซ้ำฝนยังตกอีก

ฮือ ๆ ๆ นี่กรูเสียเงินมาเที่ยวแล้วยังจะเอาชีวิตมาทิ้งอีกหรือนี่

อยู่บนเรือ นั่งเงียบ ในใจสวดมนต์

เหลือบไปมองสามี เห็นเงียบ (เอ..หรือว่าจะแอบกลัวเหมือนเรา)

ก็สรุปไปถึงเกาะสวรรค์ ท่าเรือสวยตอนตี 3 กว่า ๆ

ไปถึงมี welcome drink อยากจะตะโกนบอกว่าไม่ต้อง

กรูอยากจะนอนจะแย่ ตาจะปิดอยู่แล้ว

มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก พวกที่พูดภาษาอังกฤษ

กับพวกภาษาฝรั่งเศส

แนะนำตัวอธิบายกันอยู่นาน กว่าจะพาไปที่ห้องพัก

ห้องพักก็โอเจเรยนะ นึกว่าจะแย่เหมือนบางคนในเน็ทบ่นซะอีก

บ้านที่อยู่เป็นแบบ beach front เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงทะเลเลย

แต่อารมณ์นี้นะ ขอนอนก่อนเถอะ ปาเข้าไปตี 4 กว่า ๆ แล้ว

---------------

Day 2

ตื่นมาอีกวัน ปาเข้าไป 11 โมงกว่า ตาลีตาเหลือกตื่น

เพราะกลัวไปทานอาหารเช้าไม่ทัน

แต่โล่งอก ลืมไปว่าเวลาที่มัลดีฟ ช้ากว่าบ้านเรา 2 ชม.

อาหารเหรอ ก็อลังการนะ เยอะดี

แต่ว่ามื้อเช้านี่เป็นอะไรที่เราหวังไว้มาก ๆ ว่าอาหารมันจะเวิร์ค

มันแลดูเหมือนจะเวิร์ค แต่มันไม่เวิร์คสำหรับเรา

มันก็มีให้เลือกหลากหลาย ก็ ABF ที่เรากิน ๆ กันนั่นล่ะค่ะ

แต่ทำไมรสชาดมันไม่ถูกปากไงไม่รู้

ทั้ง ๆ ที่สีสันหน้าตามันแลดูจะ อ.ย. มาก

ส่วนอาหารกลางวันนี่ ยุโรปเลยค่ะ ยุโรป

เจออาหารฝรั่ง กะเหรี่ยงตัวเหลืองอย่างเรากินไม่ลง

อ้อ..มีอาหารญี่ปุ่นเหมือนกัน

แต่ก็รับประทานไม่ไหวเหมือนกัน

ที่ Club med นี่เค้าจะดูว่าระหว่างที่มาพัก

มีแขกชาติไหนมาบ้าง เค้าจะพยายามทำอาหารประจำประเทศให้

แต่ถึงมี ก็กินไม่ลงเหมือนกัน

ก็กิน ๆ พอกันตาย

พูดถึงเรื่องอาหารของที่นี่ ก่อนเข้าเกาะเข้าเมืองเค้ามานี่

ห้ามนำหมู หมา อัลกอฮอลล์เข้ามา

เพราะเค้าเป็นเมืองอิสลาม

แต่งงมากเมื่อเห็นอาหารที่มีป้ายแบบนี้

อ่ะนี่เรยค่ะ ถ้ามองรูปไม่ชัด

มันเขียนว่า "ROASTED PORK LOIN"

หมูค่ะหมู เห็นหลายมื้อแล้วด้วย

แล้วไหงบอกว่าเป็นเมืองอิสลาม เง็ง !-____-!

กินเสร็จก็พักผ่อนตามอัธยาศัย

ที่ Club med นี่เค้าจะพาไปดำน้ำดูปะการัง 2 รอบ

รอบแรก 10 โมง กับรอบบ่าย 2

รอบ 10 โมงก็ไม่ทันแล้ว

กลับไปนอนอืดถืดในห้องดีกว่า

ระหว่างเดินนะคะ ก็อืดเป็นระยะ ๆ

กรี๊ด...รูปนี้ทำไมหน้ามืด ถ่ายยังไงฟะ

บ้าน Beach front ค่ะ

ในห้องเรียบร้อยเชียว สงสัยพึ่งมาทำความสะอาดห้อง

ฮ๊าว....ง่วง zzzzz

วันนี้แค่นี้ก่อนดีกว่า

พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปเข้าคลาส Body Combat

กลับไปนอนอืดถืดที่ห้อง

ตื่นมาก็วิ่งตาเหลือก เพราะใกล้เวลาไปดำน้ำแว้ว

แน๊ะ..ขนาดวิ่งหูแหกตาแหก

ยังมีแวะถ่ายรูปอีก

ท่าเรืออันสวยงาม

(สวยจริง ๆ นะ)

แน๊ะ...แอบหน้ามืดอีกแล้ว ถ่ายไงฟระ

วันนี้แดดดี หวังว่าจะเห็นปะการังงาม ๆ

แต่พอไป snorkeling เราว่ามันก็สวยงามพอ ๆ กัน

แบบว่าสวยตบกับบ้านเราได้เลย

แอบผิดหวังเล็กน้อย เพราะไม่ค่อยเห็นปลาเท่าไรเรย

นี่กรูถ่อมาดำน้ำตั้งใกล้นิ

วันนั้นคลื่นแรงมาก แบบ 2 สาวญี่ปุ่นที่ลงไปดำ

ขึ้นเรือมาอ้วกแตกอ้วกแตน

เราได้แต่ยื่นยาดมให้ ก็หวังว่าชีจะรู้สึกดีขึ้น

กลับจากดำน้ำ อาบน้ำเสร็จแอบงีบไปหน่อยนึง

ตื่นมาเริ่มหิว รอ dinner ตั้งทุ่มนึง

หิว ๆ ๆ

แต่ถึงเธอะจะหิว เธอก็สามารถโพสท์ท่าถ่ายรูปได้ อิ ๆ

พอถึงเวลากินมื้อเย็น เห็นอาหารแล้วกลุ้มใจมาก ๆ

แบบมีก๋วยเตี๋ยวไทยด้วยนะ แบบให้เราหยิบอาหารใส่ถ้วย

แล้วเค้าจะเอาไปทำให้ แต่เห็นส่วนผสมแล้ว

นึกไม่ออกเลยว่ามันออกมาจะรสชาดไหน

มื้อนี้ได้อาหารญี่ปุ่นช่วยชีวิต คือทูน่าเทอริยากิ

ไม่รู้เค้ามีกิจกรรมอะไรตอนกลางคืนรึเปล่าไม่รู้

เรากินเสร็จก็กลับห้อง นอนดูหนังอืดถืดอีกเหมือนเคย

แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ "ท้องเสีย" ทั้ง 2 คนเลย

เรากับสามีผลัดกันเข้าห้องน้ำหลายรอบ

สลบ

จบไปอีก 1 วัน

---------------

วันต่อมา

17/03/2006

วันนี้เป็นวันเกิดเราเอง อย่าถามถึงอายุเลยนะ

เขิลลล

รูปนี้ถ่ายตอนเช้านะ ประมาณ 9 โมง โคตรมืดเรย

แหม๊...วันนี้วันเกิดเรา แต่ฟ้าดันปิดซะนี่

ฝนก็ตก บวกกับปวดท้อง เนื่องจากท้องเสีย

วันนี้เลยตัดสินใจไม่ไปดำน้ำ เสียดายเหมือนกัน

แต่อาการไม่ค่อยดี จะไปได้ไงนิ

อุตส่าห์ถ่อมาถึงนี่ได้ดำน้ำแค่หนเดียว วัยรุ่นเซ็ง

(หวังว่าคงมีทริปมัลดีฟให้มาดำน้ำซ่อมอีกน๊า)

สรุปแล้ว อาหารเช้านี่เป็นอะไรที่เรากับสามีกินได้มากสุด

แต่ก็ไม่กล้าเสี่ยงกินเยอะ ขยาด

ไม่รู้คนอื่นเค้าท้องเสียกันบ้างป่าว

กินเสร็จก็เดินถ่ายรูปมันทั่วเกาะเรย

ท่าเรือสุดสวยอีกแร้ว

ฝนทำท่าจะมาอีกรอบ

ที่เห็นอยู่ข้างหลังไกล ๆ นู่น บ้านแบบ Over Water Bangalow

สนนราคาต่อแพ็คเก็จก็ 6 หมื่นได้มั้ง

เราได้แต่มองตาปริบ ๆ ฝันอยากจะได้ไปพักบ้าง

แต่เอาน่า ปัจจัยมันอำนวยแค่ Beach Front ก็เอาวะ

กระเป๋า Harrod ที่ถืออยู่ในมือ ดีที่ติดมาด้วย มีประโยชน์มาก

ใส่มันหมดเลย กล้อง 2 ตัว วีดีโออีกตัว บวกขวดน้ำไปอีกขวด จุมาก

ใครสนใจกระเป๋า Harrod from UK แวะไปดูแบบได้ที่นี่

moomoo4u

ราคากันเองสำหรับเพื่อน ๆ ชาว exteen คือจะโดนชาร์จแพงกว่าขายคนอื่น

อิ ๆ ล้อเล่น ๆ

Over Water Bangalow

สวยเนอะ (ได้แต่มองอยู่ไกล ๆ)

ฮือ ๆ ๆ จ๋วย

แอบกระซิบข้างหูสามี "ไว้มีตังค์แล้วเรามาพักบ้านบนน้ำดีมะ"

สามีส่ายหัว

My husband and I

อีกมุมนึงของ Over Water Bangalow

เดินผ่านทางเข้าสปาอันงดงาม

คิดได้ไงวะเนี่ย เอาดอกไม้ทัดหู ชักจะลิเกไปกันใหญ่แล้ว

แต่จะว่าไปก็สวยเหมือนกันนิ (แหวะ)

กลับห้องล่ะค่ะ